ข่าว ข่าวการศึกษา

มธ.เผยคณะยอดฮิตปี61 ‘บัญชี-การเงิน-วิศวะ’ ย้ำเทรนด์ ‘วิทย์สุขภาพ’ มาแรง ปลื้มบัณฑิตหางานได้ 70% ใน 4 เดือน

News-EDU-04-01-2018-03

กรณีนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ระบุว่าเทรนด์คณะยอดฮิตในปี 2561 คือ คณะ/สาขาที่มีงานทำ รายได้ดี และมั่นคง ได้แก่ สาขาด้านอุตสาหกรรมต่าง ๆ วิศวกรรมเคมี วิศวกรรมไฟฟ้า ทันตแพทยศาสตร์ พยาบาล โดยสาขาที่โดดเด่น คือ วิศวกรรมโยธา เพราะรองรับเมกะโปรเจ็กต์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่นายฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) มองว่า คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ยังได้รับความนิยมอันดับ 1 ตามด้วยคณะนิติศาสตร์และคณะ/สาขาด้านธุรกิจบริการ ธุรกิจการบิน ส่วนนิเทศศาสตร์ซบเซา เพราะคนกลัวตกงาน โดยเตรียมทบทวนปรับปรุง/ยุบเลิก 33 สาขาเพราะคนไม่นิยมนั้น

เมื่อวันที่ 2 มกราคม นางเกศินี วิฑูรชาติ รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยถึงเทรนด์คณะยอดฮิตในปี 2561 ว่า ในส่วนของมธ. โดยรวมสาขาบัญชี การเงิน และวิศวะ มาแรงเพราะเป็นศาสตร์ที่เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลความเป็นเหตุเป็นผล เป็นศาสตร์ที่สามารถนำมาบูรณาการกับสาขาอื่นได้ เช่น วิศวะหากนำมาบูรณาการเรียนร่วมกับสาขาทางด้านการแพทย์ จะทำให้เกิดนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามนอกจากทั้ง 3 สาขาดังกล่าวแล้ว เทรนด์ที่นิยมไม่แพ้กันคือ วิทยาศาสตร์สุขภาพ เนื่องจากช่วงหลังคนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น แต่ยังขาดแคลนบุคลากร ส่วนคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนของมธ.นั้น ยังมีคนสนใจเลือกเรียนอยู่พอสมควร โดยที่ผ่านมามีการปรับหลักสูตร จัดการเรีนการสอนแบบบูรณาการ เน้นเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ไม่ใช่เน้นสอนแต่วิชาสิ่งพิมพ์เท่านั้น และไม่ใช่เฉพาะคณะวารสารศาสตร์ฯ เท่านั้น ในทุก ๆ 4 ปีมธ.จะมีการปรับปรุงหรือทบทวนหลักสูตรเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีความทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทในปัจจุบัน

แม้มธ.จะไม่มีปัญหาเรื่องหลักสูตร แต่ในปี 2561 จะให้มีการทบทวนการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรต่าง ๆ ในภาพรวม โดยจะให้มีการวิเคราะห์จุดอ่อน จุดแข็ง รวมถึงความจำเป็นต่อการเปิดสอนในคณะ/สาขา ต่าง ๆ ว่ามีแนวโน้มอย่างไรบ้าง เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น” นางเกศินี กล่าว

นอกจากนี้มธ.ยังสำรวจอัตราการมีงานทำของบัณฑิต พบว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ประมาณ 70% จะมีงานทำภายใน 4 เดือน และเมื่อครบปีมีงานทำมากถึง 90 % ส่วนที่เหลือเรียนต่อหรือทำธุรกิจส่วนตัว เมื่อสอบถามปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ได้งาน บัณฑิตส่วนใหญ่ระบุว่า เป็นเรื่องทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่แค่ภาษาอังกฤษ แต่ยังรวมถึงภาษาต่างประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เป็นต้น

ที่มา: มติชนออนไลน์

Signature resize

avatar