บทความ แนะแนว

5 เรื่องควรรู้ ก่อนตัดสินใจเรียน รามฯ

5 เรื่องควรรู้ ก่อนตัดสินใจเรียน รามฯ

1. รามฯ สมัครง่ายกว่าแอดมิชชันเสียอีก

การรับสมัครนักศึกษาใหม่ของ ม.รามคำแหง ไม่มีอะไรยุ่งยากซับซ้อนสักเท่าใดนัก เพียงแค่มีเอกสารวุฒิ ม.6 (หรือเทียบเท่า) พร้อมเงินค่าสมัคร (ถูกกว่าม.รัฐหลายๆแห่งอีก) ก็สามารถสมัครเป็นนักศึกษาใหม่ได้ทันที

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้สามารถสมัครเข้าเป็นนักศึกษาใหม่ผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยาก คือเข้าไปกรอกข้อมูล สมัครเลือกคณะที่ต้องการ แล้วจ่ายเงิน (จ่ายผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ได้เลยนะ หรือจ่ายที่ธนาคาร) แล้วส่งเอกสารทางหลักฐานต่าง ๆ ทางไปรษณีย์ไปให้มหาฯลัย เท่านี้ก็ได้สถานะภาพนักศึกษา สามารถเข้าไปรับบัตรนักศึกษาและใบเสร็จ (สำคัญมาก รามฯใช้ใบเสร็จเป็นหลักฐานในการเข้าสอบ) ที่มหาวิทยาลัยได้เลย

สมัครออนไลน์ที่ http://www.iregis2.ru.ac.th/ass_prog_semester2/index.jsp

2. เข้าง่ายแต่ออกยาก (มาก)

เป็นที่ขึ้นชื่อลือชามานาน ในเรื่อง “เข้าง่ายแต่ออกยาก” ของ ม.รามคำแหง ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่ง เพราะทำให้นักศึกษา ม.รามฯ มั่นใจได้เลยว่าถ้าฝ่าฟันจนจบได้ งานดีๆมีรออยู่เพียบ ไม่แพ้คนที่จบจาก มหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง ๆ เลย เรามาดูกันว่าทำไม ม.ราม ถึงเรียนจบได้ยากนัก

  • ระบบการให้คะแนน ไม่มีตัวช่วย สอบเอาลูกเดียว – วิชาส่วนใหญ่ที่เปิดสอนใน ม.ราม ใช้วิธีวัดผลการให้คะแนนด้วยการสอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีระบบคะแนนเก็บ หรือคะแนนการบ้าน
  • ข้อสอบเน้นอัตนัย (เขียน) – วิชาหลักๆของแต่ละภาควิชา จะเป็นข้อสอบอัตนัยทั้งหมด ข้อสอบปรนัย (ตัวเลือก) จะเจอในเฉพาะวิชาพื้นฐานทั่วไป และแม้จะเป็นข้อสอบปรนัย ก็ไม่ธรรมดา เพราะมีช๊อยให้เลือกอย่างน้อย ๆ ก็ 5 ช๊อยส์
  • ระบบการเรียน เน้นพึ่งพาตัวเองเป็นหลัก – บรรยากาศในมหาวิทยาลัยจะต่างจาก มหาวิทยาลัยทั่วๆไปเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเรียนการสอนแบบระบบเปิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลายๆวิชาเรียนจะไม่มีการเช็คชื่อเข้าเรียน ทำให้นักศึกษารามฯ เรียนกันอย่างอิสระมาก ๆ คนที่สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้หลงเล่น หลงกิจกรรม และโฟกัสแต่ในเรื่องเรียนได้ ถึงจะมีโอกาสเรียนจบสูง

3. เดี๋ยวนี้ไม่มีเกรด GPF แล้ว

ระบบเกรด 3 ตัว G P F อันลือชื่อของราม เดี๋ยวนี้ถูกเปลี่ยนเป็นแบบ A B C D F เหมือนมหาวิทยาลัยอื่นๆแล้ว ตั้งแต่ปี 2555 เพื่อรองรับมาตรฐานการศึกษาของ AEC ซึ่งก็จะช่วยให้นักศึกษาจบได้ง่ายขึ้นนิดนึง (นิดเดียวจริงๆ)

เพราะเกณท์การจบการศึกษาของราม ต้องมีเกรดเฉลี่ยขั้นต่ำคือ 2.00 การที่แก้ระบบเกรดให้เป็น A B C D F ช่วยให้มีโอกาสในการทำเกรดเฉลี่ยได้สูงขึ้นกว่าระบบเกรดแบบ G P F แบบเดิม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยอะไรได้มาก เพราะระบบการเรียนการสอน และข้อสอบต่างๆก็ยังเหมือนเดิม

อีกเรื่องที่ม.รามไม่เหมือนที่อื่น คือเกรด F ของ ม.ราม จะไม่นำมาหารเฉลี่ย (คือไม่นำมาฉุดเกรด) กับเกรดอื่น ๆ แปลว่า ที่ม.ราม เค้าจะคิดคะแนนเกรดให้เฉพาะเกรด A B C D ส่วนเกรด F ไม่นำมาคิดคะแนนใด ๆเลย แต่แสดงให้ดูเฉย ๆ ว่าวิชานี้ยังไม่ผ่านนะ ให้มาลงใหม่จะกว่าจะผ่าน

นอกจากนี้ ม.รามฯ ไม่มีระบบ รีไทร์ ขอให้เรียนเข้าไปเถิด ถ้าสอบผ่านได้เกรด ถึงนำไปรวบหน่วยกิตไว้จนกว่าจะจบการศึกษา แต่ถ้าสอบไม่ผ่าน ยังไงก็เวียนวนเรียนวนอยู่ในรามได้ถึง 8 ปี ไม่ต้องกลัวรีไทร์ใด ๆ ทั้งสิ้น หรือถ้าคณะที่เรียนอยู่ดีจะไม่รุ่ง ก็ยังสามารถเปลี่ยนไปเรียนคณะอื่น ๆ ในม.รามได้โดยไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ต้องเก็บหน่วยกิตให้ตรงตามหลักสูตรของคณะนั้น ๆ ให้ครบก็พอแล้วสำหรับการจบการศึกษา

4. จบรามฯ ก็ไม่แพ้ ม.รัฐชื่อดังนะ

หลายคนที่กังวลเรื่องชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ที่เวลาจบไปแล้วเวลาเอาวุฒิไปสมัครงาน จะมีโอกาสมากน้อยเพียงไรในการได้งาน

อันนี้ต้องบอกเลยว่า ถ้าเป็นวุฒิ ป.ตรี ของ ม.ราม เวลาเอาไปใช้งาน มีโอกาสมากพอ ๆ กับ ม.รัฐชื่อดัง ๆ เลย เพราะมันเป็นการการรันตีคุณภาพได้ว่า คนที่จบมาได้ต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ อย่างแท้จริง และต้องเป็นคนที่สามารถควบคุมตัวเองให้อยู่ในการเรียนได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติแบบนี้ ไม่ว่าที่ไหนก็ต้องการทั้งนั้น

จึงไม่แปลกใจเลยที่มีคนบอกว่า ถ้าจบจาก ม.รามฯ ได้ ก็ไม่แพ้พวกที่จบจาก ม.รัฐชื่อดัง และโดยเฉพาะ 2 ภาควิชาดังของ ม.รามฯ ได้แก่ นิติศาสตร์ และบัญชี ถ้าจบจากสองภาคนี้ เผลอๆภาษีดีกว่าพวกที่จบจาก ม.รัฐอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป

5. เครือข่ายของ ม.ราม ครอบคลุมทั่วประเทศ และไปไกลถึงต่างประเทศ

ม.รามฯ มีสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ คอยจัดการเรียนการสอน และจัดการสอบในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศใน 23 จังหวัด ช่วยให้นักศึกษา สามารถเรียนและสอบได้ในพื้นที่ใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องเข้ามาที่กรุงเทพฯ

นอกจากนั้นแล้ว ม.รามฯ ยังมีสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติต่างประเทศ ในอีก 32 ประเทศ ช่วยนักศึกษาของ ม.ราม ทั้งที่เป็นคนไทย และคนต่างประเทศ สามารถเลือกเรียนและสอบในประเทศที่ตัวเองอยู่ได้ โดยเมื่อจบการศึกษาจะได้วุฒิการศึกษาเช่นเดียวกับการเรียนใน ม.รามฯ ในเมืองไทยทุกประการ

การมีสาขาในต่างประเทศยังสะดวกกับนักศึกษา รามฯ ที่อยากไปเรียนต่อสถาบันอื่น ๆ ในต่างประเทศ สามารถเรียนควบคู่กับการเรียนในม.ราม ได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับภาควิชาที่เปิดสอนในสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ ทั้งในต่างจังหวัดและในต่างประเทศ มีเปิดสอนแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของ ม.ราม http://www.ru.ac.th/​

*Note*
เห็นน้อง ๆ หลายคนสงสัยว่า ม.ราม มีคณะอะไรบ้าง ตามนี้เลยครับ

  • คณะนิติศาสตร์
  • คณะบริหารธุรกิจ
  • คณะมนุษยศาสตร์
  • คณะศึกษาศาสตร์
  • คณะวิทยาศาสตร์
  • คณะรัฐศาสตร์
  • คณะเศรษฐศาสตร์
  • คณะสื่อสารมวลชน
  • คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
  • คณะวิศวกรรมศาสตร์
  • คณะศิลปกรรมศาสตร์
  • คณะทัศนมาตรศาสตร์
  • คณะสาธารณสุขศาสตร์
  • คณะธุรกิจการบริการ

Signature resize

avatar