บทความ แนะแนว

7 สิ่งที่ควรรู้ตอนเป็น เฟรชชี่

7 things you must know

น้องๆ หลายคนคงได้เข้ามหาวิทยาลัยตามที่ตัวเองชอบแล้วนะครับ พี่อาร์ทก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ
ตอนนี้น้องๆ คงจะเตรียมตัวเป็นเฟรชชี่ปี 1 กันแล้วใช่ไหมละ  หลายคนอาจจะยังงงๆ ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง ต้องเตรียมอะไรบ้าง ความกังวลเหล่านี้จะหมดไป ด้วยข้อแนะนำ “7 สิ่งที่ควรรู้ตอนเป็นเฟรชชี่” ว่าแล้วก็ไปอ่านกันเลยดีกว่านะครับ!

ศึกษากฎระเบียบของมหาวิทยาลัย

ก่อนอื่นเมื่อเป็นน้องใหม่ ก็ควรรู้กฎในมหาวิทยาลัยกันบ้าง เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยก็มีกฎระเบียบที่แตกต่างกัน เช่น การแต่งกาย การใช้ห้องเรียนต่างๆ การใช้ห้องสมุด เป็นต้น

รู้ไว้ก่อนเพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลังนะครับ 😀

แบ่งเวลาให้เหมาะสมทั้งการเรียนและกิจกรรม

น้องๆ อาจจะเคยชินกับประสบการณ์จากการเรียนสมัยมัธยม ซึ่งเคยเรียนวันละ 7 – 8 วิชา แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยแล้ววิชาเรียนจะลดลงเหลือเพียงวันละ 2 – 3 วิชาเท่านั้น!! แถมยังมีกิจกรรมต่างๆ ให้เข้าร่วมทำอยู่ตลอดเวลา

แต่อย่าเพิ่งดีใจไปนะ!!

เพราะน้องๆ จะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น และแบ่งเวลาให้เป็น เพื่อไม่ให้เสียการเรียนนะ เหมือนดั่งคำคมจาก ลุงเบน ของปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ สไปเดอร์แมน ที่ว่า

With Great Power Comes Great Responsibility
พลังที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง

พลังที่ยิ่งใหญ่ก็เช่นเดียวกับหน้าที่ที่เรามีนะครับ ทุกอย่างที่เพิ่มขึ้น ก็ต้องใช้ความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นตามมานะ อย่าลืมล่ะ!!

ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่และการเข้าสังคม

นี่เป็นโอกาสดีสำหรับน้องใหม่ เฟรชชี่ปี 1 เลยนะครับ เพราะจะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้ง่ายๆ แบบว่ามีกิจกรรมอะไรอย่าลืมเตือนกัน เรียกกันด้วยล่ะ อะไรประมาณนี้ #จะได้ไม่เด๋อพลาดอยู่คนเดียว ถ้าพลาดช่วงนี้ไปอาจจะทำความรู้จักยากซะหน่อย

ยังมี ระบบรุ่นพี่ – รุ่นน้องที่จะได้สัมผัสถึงความผูกพันของพี่น้องร่วมสถาบันอีกด้วยนะ รุ่นพี่จะคอยดูแลช่วยเหลือรุ่นน้องเฟรชชี่ในเรื่องต่างๆ ซึ่งเฟรชชี่ควรที่จะรู้จักกับพี่รหัสของตนเองไว้รวมไปถึงรุ่นพี่คนอื่นๆ ด้วยนะครับ จะได้อยู่ในมหาวิทยาลัยแบบสนุกสนานไปพร้อมกับการเรียนแบบใหม่ ในรั้วมหาวิทยาลัย

สำรวจภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย

ข้อนี้พี่ขอแนะนำนะเลยครับ #เพราะมันสนุก—
น้องๆ หลายคนคงจะมีนิสัยชอบสำรวจสถานที่ใหม่ๆ ใช่ไหมล่ะครับ นอกจากเดินสำรวจรอบตึกคณะตนเองแล้ว ลองเดินสำรวจในมหาวิทยาลัยด้วยสิ บางทีน้องอาจจะได้พบจุดให้บริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หอสมุด กองกิจการนิสิต ร้านซีร็อก ไปรษณีย์ ธนาคาร หรือแม้แต่ร้านอาหารสุดแหล่ม!! มากกว่าที่น้องคิดไว้นะครับ

การสำรวจไม่ได้จำกัดแค่ภายในมหาวิทยาลัย หากน้องๆ อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ลองสำรวจสถานที่รอบๆ มหาวิทยาลัยก็เป็นสิ่งที่ไม่เลวนะครับ จะได้รู้เส้นทางการเดินทางเพิ่มขึ้นด้วยนะ พี่อาร์ทขอบอก

เปิดรับข่าวสารกับติดตามความเป็นไปใหม่ๆ

น้องๆ ควรเริ่มเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนเปิดหูเปิดตา ติดตามข่าวสารต่างๆ ด้วยตนเองได้แล้วนะครับ เพราะในมหาวิทยาลัยจะมีประกาศข่าวสารต่างๆ ทั้งที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยเอง หรือองค์กรภายนอกฝากประกาศ ไม่ว่าจะเป็นข่าวทุนการศึกษา โครงการดีๆ หรือกิจกรรมที่น่าสนใจ ซึ่งโอกาสดีๆ เหล่านี้มักจะมีเวลารับสมัครที่จำกัด บางอย่างมีระยะเวลาเพียงแค่วันเดียว หรือสองสัปดาห์ (ถือว่าไม่นานเลยนะ) ถ้าพลาดโอกาสนี้แล้วก็ไม่รู้จะมีวนมาอีกเมื่อไร ซึ่งบางอย่างน้องก็ไม่อาจหาได้อีก เมื่อพ้นรั้วมหาวิทยาลัยไป หากไม่อยากเสียใจที่ไม่ได้ทำ จงแปรเปลี่ยนพฤติกรรมให้เป็นคนใหม่ คนที่ติดตามข่าวสารด้วยตนเองได้

ทุกคนเปลี่ยนได้ อยู่ที่ตัวเอง ว่าจะเปลี่ยนหรือไม่

เข้าเป็นสมาชิกชมรม สโมสร หรือค่ายอาสาฯ

เรียน เรียน เรียน เรียน อย่างเดียวก็คงไม่ดีสำหรับน้องๆ แน่ครับ พี่ว่ามันออกจะน่าเบื่อไปนะ ลองเปลี่ยนบรรยากาศออกไปยืดเส้นยืดสาย เข้าสังคมดูบ้างสิ น้องๆ จะได้เรียนรู้อะไรอีกมากมายซึ่งไม่มีในหนังสือ หรือห้องเลคเชอร์แน่นอนครับ

ในรั้วมหาวิทยาลัยเองก็มีชมรม สโมสร หรือค่ายอาสาฯ ที่เป็นที่ชุมนุมของเพื่อนๆ และรุ่นพี่มากมายให้น้องเลือกสรรตามความชอบ ความสนใจ บางครั้ง น้องอาจจะพบกับชมรมแปลกๆ อย่างที่ไม่คิดว่าจะมีมาก่อนก็ได้ เช่น ชมรมเห็ด ม.เกษตรฯ (ไอศกรีมเห็ดอร่อยมากกกกกกกกกกกกกก เลยนะครับ ต้องลองแล้วจะติดใจ) 

อย่างที่พี่แนะนำไปในข้อต้นๆ น้องลองแบ่งเวลาเรียนกับกิจกรรมดูครับ มันอาจจะดูหนักหนาในช่วงแรก แต่ทั้ง 2 สิ่งก็เป็นประสบการณ์ดีๆ ที่น้องจะมีโอกาสได้สัมผัสมันแค่ในรั้วมหาวิทยาลัย

หาโอกาสพบกับอาจารย์ผู้สอน หรืออาจารย์ที่ปรึกษาบ้าง

เมื่อเข้ามหาวิทยาลัย น้องๆ ทุกคนจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาครับ โดยอาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นคนช่วยดูแล แนะนำและให้คำปรึกษาเรื่องการเรียนกับน้องๆ ได้ (รวมไปถึงเวลาขอลายเซ็นอาจารย์ในการลงทะเบียนต่างๆ ด้วยนะ) หรือคลาสเรียนไหนที่น้องๆ เรียนแล้วไม่เข้าใจ น้องสามารถติดต่ออาจารย์ผู้สอน เพื่อสอบถามสิ่งที่ไม่เข้าใจ หรือขอข้อมูลเพิ่มเติมเนื้อหาของวิชาให้มากขึ้นได้นะครับ
อาจารย์ทุกท่านยินดีให้ความช่วยเหลือน้องๆ แน่นอน
แต่!!! น้องๆ ควรเช็คตารางเวลาที่อาจารย์แจ้งไว้ที่ห้องทำงานด้วยนะครับ ว่าเวลาไหนที่อาจารย์ว่างหรือไม่ว่าง (ไม่งั้นได้ไปเก้อแน่นอน) 

ที่พี่อาร์ทแนะนำไป 7 ข้อนี้ เป็นเพียงสิ่งเบื้องต้นที่จะช่วยให้น้องๆ ปรับตัวเข้ากับรั้วมหาวิทยาลัยได้ดีขึ้นนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่มีอะไรเป็นสูตรสำเร็จตายตัว พี่หวังว่าน้องๆ เฟรชชี่ทุกคนจะมีความสุข สนุกกับการเรียน ใช้เวลา 4 ปี หรือบางคนก็ 5 ปี 6 ปี แล้วแต่หลักสูตรการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยให้คุ้มค่านะครับ

เวลาเป็นสิ่งที่ไม่หวนกลับ
ดังนั้นทุกช่วงเวลาจึงมีคุณค่าในตัวของมันเอง

avatar